หลังจากดูดีวีดี “รัก-ออกแบบไม่ได้” หรือ “O-Negative” จบ น้ำตาซึมเหมือนครั้งที่แล้ว ครั้งที่ดูในโรง ปี ๒๕๔๑
ครั้งนั้นออกจากโรงด้วยความรู้สึกที่แปลกๆ วูบๆไหวๆในอก ทั้งที่เป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนๆมัณนฯ ศิลปากร ตัวเองก็ไม่ได้ร่ำเรียนที่นั่น ไม่ได้ใช้ชีวิตที่นั่น แวะไปกินเหล้ากับเพื่อนฝูงบ้าง เยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงตามสตูฯบ้าง ก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่กลับรู้สึกคิดถึงศิลปากร คิดถึงราวกับเคยอยู่ที่นั่น
ครั้งแรกที่ได้เหยียบเข้าไปในรั้วศิลปากร ตอนม.๕ พี่สาวของเพื่อนเรียนอยู่ที่คณะถาปัด แวะเข้าไปหา
เดินผ่านสวนแก้ว สายตาสอดส่าย ผู้คน ตึกอาคาร เรื่องราว วิถี วาบนั้นรู้สึกลึกๆทันที รู้สึกจนต้องเอ่ยปากกับเพื่อนข้างๆ
“นี่มหาลัยในฝันกูเลย โคตรชอบเลยว่ะ”
ความประทับใจนั้นฝังตัวเนิ่นนาน มีความสุขทุกครั้งที่ได้เข้าไปที่นั่น และได้นึกถึง
น่าตลกดีที่ชื่นชอบขนาดนั้น แต่กลับมาอยู่อีกสถาบันหนึ่งซึ่งแทบจะเรียกได้ว่ามีวิถีที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
เสียดายที่รู้จักศิลปากรท่าช้างช้าเกินไป ไม่เช่นนั้นเส้นทางชีวิตก็คงจะวกวนไปอีกแบบ
ตอนออกจากโรงคราวนั้น ก็บอกกับคนข้างตัวขณะนั้นว่า คิดถึงศิลปากร ขอยังไม่กลับบ้านนะ
หลังจากที่แยกย้ายกัน ในใจยังพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกที่ยากอธิบาย สุดท้ายเลือกพำนักตัวที่ร้านบ้านไม้เขียว สั่งเบียร์สิงห์มารำลึกความรู้สึกตัวเอง พูดคุยกับตัวเองอยู่พักใหญ่ จนพอเริ่มสงบถึงได้กลับบ้าน
เป็นความทรงจำพิเศษๆที่มีกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เมื่อพบเป็นดีวีดีจึงไม่รีรอที่จะเก็บความทรงจำนั้นไว้ ความทรงจำ…เพื่อนที่ดีของเรา
ความรู้สึกที่เพื่อนแต่ละคนเสียสละเพื่อเพื่อน แม้สุดท้ายกลุ่มที่รักกันมานานต้องแยกต้องแตกกันไป แต่นั่นเพราะทุกคนเลือกทางเดินใหม่เพื่อเพื่อน
ตัวเอกแต่ละตัวเป็นตัวแทนของ ” ดิน น้ำ ลม ไฟ”
หนังจบลงที่
“ใช่สินะ ความรักออกแบบไม่ได้ ความรักมันออกแบบตัวมันเอง แต่เราออกแบบการให้แก่กันได้”
ตอนฟังในหนังก็ไม่ได้รู้สึกคมบาดลึกอะไร แต่พอคิดตามช้าๆแล้ว กลับทำให้รู้สึกดี อิ่มๆอยู่ข้างใน
แค่เธอรักฉัน เพลงเพราะๆจากหนัง เสียงของ ทาทา ยัง
“รัก-ออกแบบไม่ได้” กับ “รักสามเศร้า” เป็นญาติกันอย่างแน่นอน มีความสัมพันธ์กันอย่างที่รู้สึกได้แน่ชัด และมากมายทีเดียว
ต่างก็เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผมรู้สึกมีอาการเมื่อดูจบทั้งสองเรื่อง
“รักสามเศร้า” นั่น เมื่อออกจากโรงมาซักสองชั่วโมงก็มีอันต้องวนรถกลับไปเข้าโรงดูอีกรอบ… เพื่อดับความรู้สึกที่กระพืออยู่ข้างใน
เมื่อดีวีดีมาอยู่ในมือ ก็ดูไปแล้วอีกรอบ การเดินทางของหนังสองเรื่องห่างกัน ๑๐ ปี เติบโต ตัดทอน ดัดแปลง โยกย้าย เพิ่มเติม ปราณีตมากครับ
ท่าทางความรู้สึกที่มีต่อ มหาลัยศิลปากร ท่าช้าง จะเป็นเรื่องยากอธิบาย
หลายๆความรู้สึกก็ออกแบบไม่ได้เนาะ…


เรื่องรักออกแบบไม่ได้นี่อยากดูมานานมากๆ ใครมีแผ่นขอยืมด้วย ทาทายังละอ่อนใสกิ๊กอยู่เลยเว้ย
รักสามเศร้า ตอนแรกพอหงุดหงิดกับวิธีสะกดคำ ตัวอคติโผล่มาทำงานอีกแล้ว แต่พอได้ดูทางทรูวิชั่นส์แล้ว เออ ดีเหมือนกันแฮะ
…
อย่าเสียดายเลยที่ไม่ได้อยู่ในที่ที่ฝันไว้
ที่ที่มึงเคยอยู่มาอาจจะเป็นสิ่งตรงข้ามกับสิ่งที่มึงอยากให้มีให้เป็น มันก็เลยไม่ได้ให้สิ่งที่มึงอยากได้
แต่กูว่ามันก็ให้อะไรดีๆ อีกตั้งหลายอย่างที่มึงอาจจะไม่ได้ตั้งใจมาเอานี่หว่า
เอ คุยๆ แล้วก็ลืม… ตกลงตอนแรกมึงจะมาเอาอะไรนะ
คนเรามักมีความใฝ่ฝันบางสิ่งในชีวิต ที่ประทับใจ เป็นเหมือนความงดงามในอุดมคติ เช่น อาชีพที่ใฝ่ฝัน, คนที่อยากได้เป็นแฟน, หรือสถานที่พำนัก
แต่ในความเป็นจริง ก็มักจะไม่ได้ตามที่ใฝ่ฝัน นั่นกลับให้สิ่งนั้นดูมีคุณค่ายิ่งขึ้น และ ฝังใจอยู่เสมอ
ซึ่งหากในความเป็นจริง เมื่อได้ครอบครองแล้ว สิ่งนั้นก็กลับไม่ได้สวยงามอย่างที่เคยฝันไว้ เช่น หญิงสาวที่คลั่งใคล้ พบคบไป อยู่ไป ก็เจอปัญหา และ สังขารเธอก็เสื่อมลงไปตามกาลเวลา
บางทีการที่เราไม่ได้ครอบครอง กลับทำให้สิ่งเหล่านั้นยังคงงดงามอยู่เสมอ และทรงคุณค่าในใจของเราตลอดไป
อืมมมมม…
คุณค่าของบางสิ่งบางอย่างอยู่ที่การไม่ได้ครอบครอง…
เจ็บปวด เจ็บปวด เจ็บปวด เจ็บปวด เจ็บปวด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
อืมมมมมม
คุณค่าของบางสิ่งบางอย่าง อยู่ที่ การไม่ได้ครอบครอง…
เจ็บปวด เจ็บปวด เจ็บปวด เจ็บปวด เจ็บปวด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
คำว่า “เสียดาย” บางทีก็ไม่ได้แปลว่า เสียดาย
ความรู้สึกผูกพัน ก็ไม่ได้ หมายถึงครอบครอง
และอีกหลายๆคำ ก็ไม่ได้มีความหมายตรงเช่นนั้น
บางอย่างปล่อยให้เป็น ฝุ่นหมอกคุคลุ้ง พร่าเลือน ก็สวยงามดี
ไม่ต้องจับมาใส่กล่องเหตุกล่องผล ให้กระดิกกระเดี้ยลำบาก
หิ่งห้อยเต็มต้นลำพู ขอเลือกที่จะชื่นชม ขอหายใจลึกๆก่อน ขอใช้เวลาเลื่อนลอยไปกับภาพนี้ก่อน ทั้งเราและมันมีเวลาอยู่ด้วยกันไม่นานนักหรอก
ยังไม่อยากรู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นที่ตูดของมัน ไว้ทีหลัง…ไว้ทีหลัง…
อย่างไรสุดท้ายจะช้าจะเร็วก็ต้องกลับมายืนที่เดิม
ยิ่งโตยิ่งเติบใหญ่ เห็นโลกมาก… บางทีก็เหมือนกลับเข้าไปอยู่ในกล่อง
บางทีกล่องก็น่าจะออกแบบได้นะ
อืมม์………จริงด้วย
แนะนำหนังไทยเข้าฉายปี 2007 จากผู้กำกับ 4 แพร่ง
ชื่อไทย : บอดี้ศพ…#19
ผู้กำกับ : ปวีณ ภูริจิตปัญญา
ชล ไม่ได้นอนมาแล้วเกือบอาทิตย์ เขาไม่อยาก ไม่กล้า และไม่อาจข่มตานอน เพราะยามใดก็ตามที่เผลอหลับตา ชลจะฝันเห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร จำได้แค่ว่าเขาเคยสบตาผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้โดยบังเอิญครั้งหนึ่งในร้านอาหาร ในฝันเธอกรีดร้องให้เขาทำอะไรบางอย่าง ….. และเขาคงไม่มีวันหยุดฝันร้าย ถ้าไม่ทำตามคำสั่งของเธอ
อาการของชล ทำให้ เอ๋ พี่สาวซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดบังคับให้เขาเข้ารับการบำบัด ชลเล่าให้ อุษา จิตแพทย์ของเขาฟังว่า ทุกครั้งที่ฝันเขาจะรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นเหยื่อฆาตกรรมเสียเอง สัมผัสในวินาทีที่อวัยวะโดนทิ่มแทง แรงกระตุกของลมหายใจเมื่อวิญญาณหลุดร่าง ความทรงจำอันเจ็บปวดค่อย ๆ ชำแรกเข้าครอบงำสมองของชล …. หรือเขากำลังจะบ้า
ด้วยร่องรอยเพียงน้อยนิดของผู้หญิงในฝัน มันนำชลไปสู่ตู้เก็บศพหมายเลข 19 ชลพยายามจะพิสูจน์กับเอ๋ว่า เขาไม่ได้บ้าไปเอง และความลับในตู้ใบนั้นเท่านั้นที่จะยืนยันได้ ในขณะที่ยิ่งอุษารักษาชลนานเข้า เธอก็เริ่มสงสัยว่า ชลอาจเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว นับแต่เขาก้าวเข้ามาเป็นคนไข้ของเธอ
ภายในตู้หมายเลข 19 ร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่ง นอนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่ที่ทั้งแคบ มืดมืิดและหนาวเหน็บสุดขั้วหัใจ เธอกำลังร่ำร้องหาใครบางคน ….ด้วยความคิดถึง แต่มันเป็นความคิดถึงที่คุกรุ่นไปด้วยแรงแค้น แค้นที่ต้องมานอนอยู่ในตู้ใบนี้คนเดียว
เธอกำลังกระซิบผ่านชลไปยังใครคนนั้นว่า
“กูคิดถึงมึง……..”
ดูแล้วจ้า ตั้งแต่เข้าโรงนั่นแหละ พล็อตซับซ้อนซ่อนเงื่อน หนังดี ชอบๆ
ขอบคุณที่แวะเข้ามานะครับ
ว่างๆเข้ามาแนะนำอีกนะ
ลืมแวะมาขอบคุณเพื่อนต่อ สำหรับดีวีดีทั้งสามเรื่อง
รักออกแบบไม่ได้น่าจะเป็นหนังที่พล็อตค่อนข้างซับซ้อนสำหรับหนังยุคนั้น แต่เรื่งดิน น้ำ ลม ไฟ นี่ยังดูไม่ค่อยรู้หรอก ต้องมีคำอธิบายถึงจะเข้าใจ
ปิดเทอมใหญ่ฯ นี่อาจจะเป็นเพราะต้องบรรจุสี่เรื่องเข้าไปในเรื่องเดียวกัน รายละเอียดและบทโต้ตอบก็เลยยังไม่โดนเท่าไหร่ แต่ดูเอาสนุกก็พอไหลๆ ไปได้นะ